อนามัยในอดีตเมืองภูเก็จ*(จบ)

กำเนิดโรงพยาบาลภูเก็จ

หรินทร์ สุขวัจน์**

“ตอนสุดท้ายของ “อนามัยในอดีตเมืองภูเก็จ” จะกล่าวถึงกำเนิดของโรงพยาบาลยุคแรกๆบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งเกี่ยวโยงกับชาวจีนที่ส่วนใหญ่เข้ามาประกอบอาชีพเกี่ยวกับเหมืองแร่ดีบุก อันเป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกับปรากฏการณ์ในสองตอนที่แล้ว

โรงพยาบาลแห่งแรกของภูเก็จสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี 2449 โดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์(คอซิมบี๊ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็จ มีคหบดีและพ่อค้าชาวภูเก็จร่วมกันบริจาคเงินสร้างขึ้น ชื่อว่า “โรงพยาบาลสุขาภิบาล” ตั้งอยู่บนถนนโกมารภัจจ์ มีนายแพทย์แม็คชาวอังกฤษเป็นผู้ดูแล ต่อมาพระเวชชกิจพิศาล(เจิม ดิลกแพทย์) มาเป็นผู้อำนวยการคนแรก โรงพยาบาลแห่งนี้มีห้องตรวจโรค ห้องผ่าตัด ห้องล้างแผล และห้องยา โดยมีเรือนคนไข้พิเศษ 1 หลัง และเรือนคนไข้สามัญ 3 หลัง

รพ.วชิระภูเก็ตยุคแรก รพ.วชิระภูเก็ตยุคแรก
คิดเจียะเอี๋ย
คิดเจียะเอี๋ย
อาคารส่องเต็กที่ตั้งรพ.มิชชั่นภูเก็ตยุคแรก
อาคารส่องเต็กที่ตั้งรพ.มิชชั่นภูเก็ตยุคแรก

ปี 2450 กลุ่มคหบดีชาวจีนร่วมกันจัดตั้งกองทุนล็อกเซี่ยนก๊ก(หมายถึง กลุ่มสร้างกุศลเพื่อสังคม ซึ่งปัจจุบันคือมูลนิธิกุศลสงเคราะห์จังหวัดภูเก็ต-ล็อกเซี่ยนก๊ก)ขึ้น เพื่อดูแลช่วยเหลือชาวจีนด้านสุขอนามัยและการศึกษาของลูกหลาน โดยในปี 2456 กองทุนฯได้สร้าง โรงพยาบาลเส่ฮั่วอี่ ขึ้นบนถนนวิชิตสงคราม(บริเวณที่ตั้งโรงเรียนภูเก็ตไทยหัวในปัจจุบัน) และในปี 2460 ยังได้จัดตั้งสถานสงเคราะห์ คิดเจียะเอี๋ย หรือ บ้านพักชั่วคราวคนอนาถา(บริเวณที่ตั้งร้าน Richy ปัจจุบัน) เพื่อเป็นสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพชาวจีนอนาถาให้สามารถออกไปทำงานเลี้ยงตัวได้ ตั้งอยู่บนถนนวิชิตสงครามเช่นเดียวกัน ทั้งสองสถานที่นี้ยุติกิจการไปหลายสิบปีแล้ว

ในปี 2459 ครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสภาคใต้รวมทั้งเมืองภูเก็จ ทรงดำริให้สร้างโรงพยาบาลในภูเก็จขึ้นใหม่ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 30,000 บาท งบกระทรวงมหาดไทยส่วนหนึ่ง มีคหบดีและข้าราชการเชื้อสายจีนในภูเก็จโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนอีกส่วนหนึ่ง ได้แก่ พระบริรักษ์โลหะวิสัย(คอยู่จ๋าย ณ ระนอง 4,156.40 บาท) หลวงบุญพัฒน์พานิช(ลิ่มเซ่งติ๋ว บุญห่อ 6,000 บาท) และขุนวิเศษนุกูลกิจ(ตันเอ่งกี้ อุดมทรัพย์ สร้างอาคารผู้ป่วยสามัญ) โดยรวมเอาโรงพยาบาลสุขาภิบาลมาไว้ที่เดียวกัน ณ บริเวณเชิงเขารัง ด้านถนนเยาวราช พระราชทานนามว่า โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เปิดทำการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2463 ซึ่งต่อมายังมีชาวภูเก็ตโดยเฉพาะคหบดีเชื้อสายจีนบริจาคเงินสร้างอาคารและห้องปฏิบัติการต่างๆอีกหลายครั้ง

ปี 2483 อาเธอร์ เกสกี นายแพทย์ชาวอเมริกัน โดยการสนับสนุนของหลวงชนาทรนิเทศ(ตันเฉ่งฮ้อ ทองตัน) และสำนักคริสตจักรเซเวนเดย์แอดเวนตีส ได้เปิดคลินิกแพทย์ขึ้นที่อาคารส่องเต็ก ถนนดีบุก(ปัจจุบันเป็นที่ตั้งสโมสรไทยหัว) แต่ต้องปิดตัวลงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง(2482-2488) จนปี 2494 นายแพทย์แฟรงคลิน ไครเดอร์ได้เปิดทำการอีกครั้งที่อาคารเดิมโดยขยายออกไปที่ตึกด้านข้างอีก 2 คูหา มีเตียงผู้ป่วย 10 เตียง เปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ปี 2505 หลวงอนุภาษภูเก็ตการ(ตันจิ้นหงวน หงษ์หยก) มอบที่ดิน 25 ไร่บนถนนเทพกระษัตรีให้เป็นที่ตั้งโรงพยาบาลนี้ เปิดดำเนินการปี 2508 มีเตียงผู้ป่วย 30 เตียง

คหบดีชาวจีนโพ้นทะเลและชาวไทยเชื้อสายจีนผู้มีส่วนร่วมเหล่านี้ ล้วนเป็นนายเหมืองหรือเกี่ยวข้องกับกิจการเหมืองดีบุกในภูเก็ตทั้งสิ้น


*ชุดบทความ อนามัยในอดีตเมืองภูเก็จ นี้ ผู้เขียนเรียบเรียงจากเกร็ดข้อมูลเกี่ยวกับการสาธารณสุขของเมืองภูเก็ตเก่า ช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 (2330-2394) จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (2424-2468) ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่ผู้สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และอาจประโลมใจในยามเผชิญวิกฤตโควิด-19 ที่เริ่มขึ้นเมื่อมกราคม 2563 นี้ได้บ้าง โดยสะกดภูเก็จ ด้วย จ เนื่องจากเป็นคำสะกดของทางราชการในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนบางคำสะกดด้วย ต นั้นก็เมื่อมีการกำหนดให้สะกดว่า ภูเก็ต แล้วในสมัยร.6 นั่นเอง
**หรินทร์ สุขวัจน์ : ที่ปรึกษามูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคล ศรัทธา ๔๕ (พระใหญ่เมืองภูเก็ต) ทำหน้าที่บรรณาธิการวารสารแสงพระธรรม และหนังสือเล่มของมูลนิธิฯ